Samsung Wave คลื่นลูกใหม่ของ Samsung
อันนี้เป็น Review ที่ดองมานานมาก แต่ปล่อยๆออกมาตามที่ตั้งใจไว้ (ผิดแผนมาก) เนื่องจากไม่มีเวลามาทำ อ่านะ

โอ๊ โอ๋ โอ๋ ในที่สุดมันก็มาอยู่ในมือผมครับ Samsung Wave ที่ผมอยากจะ Review มานานแล้ว ที่ผมอยากจะลองเลยนั่นก็คือหลังจากไปงาน Bada Developer Day แล้วนั้น ผมได้ลองสัมผัสมันมาบ้างเล็กน้อย รู้สึกได้เลยว่าเจ้าเครื่องนี้แหละต้องเกิดแน่ๆ เพราะความสามารถของมัน เปี่ยมล้นทั้งๆที่เหมือน Feature phone ทั่วๆไป

อย่าง ที่เราเห็นๆกันอยู่ก็คือ OS หรือ Smartphone กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายก็พร้อมลงทุน ด้วยการสร้าง OS ขึ้นมาเอง อย่างตอนนี้ Android ซึ่งถือเป็น OS น้องใหม่สุดๆ แต่กลับเติบโตเร็วมากและตีเข้าใกล้ iPhone มาเรื่อยๆ ด้วยผู้ผลิตอันแข็งแกร่งอย่าง HTC , Samsung , Motorola เป็นต้น ในเมื่อมันสำเร็จซะขนาดนี้ เรื่องอะไรบริษัทยักษ์ใหญ่จะไม่ทำเองล่ะ?

อย่าง Bada นั้น ถือเป็น OS น้องใหม่ที่ Samsung คาดว่าตีตลาดได้อย่างแน่นอน ซึ่งผมก็เชื่ออย่างนั้นหลังจากที่ได้ลองมันแล้ว ผมคิดว่ามันเป็น OS ที่ดูเหมือน iPhone + Android แต่ปรับหน้าตาให้ดูน่ารักขึ้น ทำให้ดูน่าใช้งาน ไม่ยุ่งยากตามสไตล์ Feature phone แต่มันไม่ใช่ Feature phone นี่สิ ฮ่าๆๆ

Samsung วางแผนให้ Bada เข้ามากินส่วนแบ่งของ Feature phone ให้มากขึ้น รวมถึงเป็นการยกระดับความฉลาดให้กับ Feature phone ไปในตัวด้วย Content เสริม อย่าง Application ที่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า OS ตอนนี้วัดกันที่ Application เป็นหลักเลยก็ว่าได้

Spec ของเครื่อง
• หน้าจอสัมผัส 3.3 นิ้ว 16 ล้านสี Super AMOLED capacitive , WVGA (480 x 800 พิกเซล), รองรับการใช้งาน multi-touch, เคลือบสารกันรอยที่หน้าจอ
• มีความบาง ซึ้งหน้าพียงแค่ 10.9 มม.
• Bada OS พร้อม Samsung Apps
• CPU ARM Cortex A8 Hummingbird 1GHz
• รองรับ 3G ความเร็วสูงสุด 7.2Mbps HSDPA และ 2Mbps HSUPA
• Wi-Fi 802.11b/g/n รองรับ WPS อีกด้วย และ ทำตัวเองเป็น Router Wi-Fi ได้อีกด้วย
• GPS + A-GPS , เข็มทิศ , Samsung Mobile Navigator (Route66)
• กล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ autofocus ที่สามารถแตะหน้าจอเพื่อ Focus ได้ , รองรับการทำงานgeo-tagging , ระบบจับใบหน้า และมี LED flash
• ถ่ายวีดีโอในระดับ HD 720p ที่ 30fps
• หน่วยความจำภายใน 390MB เพื่อใช้งานเครื่อง , 1GB สำหรับลง Bada apps และ 550MB เอาไว้เก็บข้อความต่างๆ
• รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSDHC
• รองรับการใช้งาน MicroUSB และมี Bluetooth 3.0 รองรับการทำงานแบบ A2DP
• รูเสียบหูฟังแบบ 3.5 มม. และรองรับการใช้งาน TV-Out
• วิทยุ FM Stereo รองรับแบบ RDS และสามารถอัดเสียง วิทยุ FM ได้
• รองรับ Flash Player ด้วย Dolphin Browser 2.0
• มีโปรแกรม Facebook และ Twitter ในตัว
• รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอ DivX/XviD
ข้อเสียที่เห็นหลักๆเลยก็คือ
- GPS ที่ทำงานกับ Route66 แล้วผมว่าไม่ Work
- การ์ดหน่วยความจำเวลาจะถอดเข้าออกต้อง ถอดแบตเตอรี่ก่อน
ส่วนของตัวเครื่อง

ตัว เครื่องส่วนมากเป็นเหล็ก อย่าเรียกว่าส่วนมากเลยดีกว่าครับเรียกว่าแทบทั้งหมด แม้แต่ฝาหลังก็ยังเป็นเหล็ก ตัวเครื่องค่อนข้างแน่น ออกแบบได้โฉบเฉี่ยว ค่อนข้างสวยงาม มีส่วนที่เป็นพลาสติกอยู่เล็กน้อย คิดว่าน่าจะเป็นส่วนของเสาอากาศ

การ ออกแบบผมนึกถึงเจ้า Monte ที่มีความโฉบเฉี่ยวมาเป็นตัวล่อ บวกกับ Samsung Jet หน้าตามันถึงออกมาประมาณนี้ แต่วัสดุดูมีราคากว่า 2 รุ่นนั้น จับแล้วกระชับเหมาะมือด้วยหน้าจอที่ไม่กว้างนักทำให้จับแล้ว ลงตัวเอามากๆครับ

ด้านหน้า มีหน้าจอสัมผัส 3.3 นิ้ว จอ Capacitive Super AMOLED ซึ่งถือเป็นจอที่ชัดมากกก สุดๆๆๆ มากกว่าที่ผมเคยเห็นมาทั้งหมดบนมือถือเลยครับ ลำโพงสนทนาออกแบบได้สวยขนาดพอดีไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ปุ่มควบคุม 3 ปุ่มนั้นดูลงตัวดีไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป ปุ่มเมนูตรงกลางนูนขึ้นมา ดูเด่นกว่าปุ่มอื่นทำให้ดูเท่ห์ดี น่ากดใช้งานมากกว่าปุ่มอื่น อีก 2 ปุ่มก็เป็นปุ่มรับสาย/วางสาย ที่เป็นเหล็ก ทั้งนี้ปุ่มวางสายนี่ไว้ใช้สำหรับเปิด/ปิดเครื่องอีกด้วย

ด้านหลัง ตรา Samsung แนวนอนวางเด่นเป็นสง่าและนุนขึ้นมาเล็กน้อย และเป็นเหล็ก ส่วนนี้ก็ระวังไปขูดกับอะไรอาจทำให้สิ่งนั้นเป็นรอยได้ ต้องระวัง มีตัวล็อกเพื่อเปิดฝาหลังได้อย่างง่ายดาย และมีกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash อยู่ด้านบน โดยตัวเลนส์ของกล้องเป็นคล้ายๆคริสตัล ดูเก๋ไปอีกแบบ

ด้านบน วัสดุเป็นพลาสติก มีลำโพง , รูเสียบหูฟัง 3.5 มม. และมีรูเสียบ MicroUSB แต่ที่ผาเปิดปิดมาให้ด้วย ดูหรูดี

ด้านล่าง มีแค่ไมค์สนทนาเท่านั้น วัสดุเป็นพลาสติกเรียบๆ โค้งเล็กน้อย

ด้านซ้าย มีปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง ซึ่งโทรศัพท์มือถือสมัยนี้มีกันทั้งนั้นส่วนมากจะเป็น Smartphone

ด้านขวา มีปุ่มปลดล็อกหน้าจอ และปุ่มชัตเตอร์สามารถกดเพื่อเข้ากล้องถ่ายรูปได้ทันที

การใช้งาน

หน้าจอถือเป็นจุดเด่นสุดๆของ Samsung Wave เลยก็ว่าได้ ด้วยหน้าจอ Super AMOLED ที่ชัดเอามากๆ ถ้าให้เทียบกับ iPhone หรือ หน้าจอ AMOLED ขอบอกเลยว่าชนะขากแถมสู้แสงได้ดีกว่า ประหยัดพลังงานกว่า อีกด้วย

TouchWiz + iPhone + Android = Bada อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง หน้าตาเมนูที่เห็นแล้ว Homescreen นี่ Android ใช่เลย หน้าเมนูนี่ใช่เลย iPhone เพียงแต่ดูน่ารักกุ๊กกิ๊กกว่า ตามคอนเซปของ Samsung ที่ต้องการสร้าง Smartphone for Everyone จึงต้องเน้นการใช้งานที่ Advance แต่ดูง่าย

TouchWiz 3.0 ที่ Samsung Wave ใช้นี่ต้องบอกได้เลยว่าลื่นปรื้ด สลัดภาพจากที่ใครเคยไปลองเล่นเจ้า Candy , Jet แล้วดูอืดมากมาย ไปอย่างสิ้นเชิ้ง ดีไม่ดีผมว่าเร็วกว่า Android อีก


การ ใช้งานหน้า Homescreen สามารถ Add widget ได้เพียบและสามารถ Download widget มาเพิ่มได้อีก เพียงแค่กดปุ่ม Widget ด้านบน เพราะสามารถเพิ่มหน้า Homescreen ได้มากสุด 10 หน้า และมีข้อดีก็คือสามารถเพิ่มลดหน้าได้ตามใจชอบ ไม่ต้องมี 10 หน้าเสมอไป ซึ่งถือว่าใครใช้มากก็ดีใครใช้น้อยก็ถูกใจครับ
ส่วนของ Notification ก็ลากจากด้านบนเหมือน Android เป๊ะ เพียงแต่เพิ่มคีย์ลัดเพื่อเปิด/ปิด Wi-Fi , Bluetooth , เสียง และด้านล่างก็แสดงเป็นการเตือนข้อความต่างๆ ยังสามารถใช้งานเป็นแบบ Multitasking ได้ เพียงแต่กดปุ่ม Home ค้างไว้ สามารถเลือกเปิด/ปิด Application ตามที่เราต้องการ ส่วนด้านล่างมี Dock 3 โปรแกรมซึ่งก็คือ Application ที่เราใช้กันบ่อยๆนี่เอง และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจเรา แต่อย่าลืมว่าห้ามเกิน 3 นะครับ
หน้าตาเมนูก็อย่างที่ว่า iPhone แปลงกายใส่ชุด TouchWiz นั่นเอง เมนูเรียงแบบ Grid view แบบ 3×4 และสามารถลง Application ได้มากสูงสุด 10 หน้า สามารถจัดเรียง icon ได้อย่างตามใจชอบ รวมไปถึงสามารถลบ Application ได้ด้วย โดยการกดปุ่ม Edit ด้านซ้ายบน สามารถเอียงเครื่องเพื่อเพิ่มหน้าเมนูได้ แถม Samsung ยังได้ใส่ Font มาให้เลือกอีก 3 แบบ ซึ่งดูสวยงามและน่าใช้งานมาก
ถ้าให้รวมๆแล้ว Samsung Wave มีหน่วยความจำภายในรวมแล้ว 2GB แต่แบ่งเป็น 3 ส่วน ตาม Spec ด้านบน
ความสามารถด้านโทรศัพท์และรายชื่อ

ฟังก์ชันการโทร ปุ่ม Keypad ตัวเลขใหญ่กดง่ายดี และมีแยกชัดเจนว่าจะโทรแบบธรรมดาหรือ Video call รวมถึงส่งข้อความ ให้เบอร์ที่เรากด เหนือ Keypad มีปุ่มทางลัดเข้าไปที่รายชื่อ , ประวัติการโทร , Favorite , ลบตัวเลข ความรู้สึกผมคิดว่าปุ่มลบตัวเลขไม่น่าจะไปอยู่ตรงนั้นเลย น่าจะอยู่ด้านล่างมากกว่า สำหรับตัวเลขก็ใหญ่ชัดเจนแบบไม่ต้องกลัวว่าอายุเยอะแล้วจะมองไม่เห็น เพราะมันใหญ่แบบพอดีที่น่าจะมองเห็นชัดเอามาก การกดเบอร์จะมีระบบเดาเบอร์ขึ้นมา 1 บรรทัดให้เราเลือก เวลาโทรมีฟังก์ชัน Speaker , ปิดเสียง และสามารถโทรประชุมสายได้

ประวัติการโทรนั้น แสดงรวมไว้หมด ไม่ว่าจะเป็นโทรเข้าโทรออก และสายที่ไม่ได้รับรวมไปถึง Social Network อื่นๆก็จะมารวมอยู่ในนี้ด้วย คุณภาพเสียงโดยรวมถือว่าดีมาก ไม่มีอาการติดขัดใดๆครับ
ส่วนของรายชื่อนั้น จะแสดงทั้งรายชื่อในซิมและรายชื่อในเครื่อง สามารถค้นหาตามตัวอักษรได้ด้วยการเลื่อนตัวอักษรด้านขวาเพื่อไปยังตัวอักษร ที่ต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง Group ได้ และสามารถ Add Favorite ได้อีกด้วย นอกจากนี้ Wave มีความสามารถในการโทรหรือส่ง SMS ได้อย่างง่ายๆให้กับรายชื่อที่เราต้องการ โดยการสไลด์ที่รายชื่อนั้นไปด้านขวาเป็นการโทรออกไปยังรายชื่อนั้นทันที แต่ถ้าสไลด์ไปทางซ้ายจะเป็นการส่ง SMS ไปหารายชื่อนั้น

รายละเอียดของรายชื่อนั้นค่อนข้างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นส่วนของข้อมูลผู้ติดต่อ ประวัติการโทร กิจกรรมร่วมกัน หรือจะเป็นไฟล์ Media ที่แชร์ให้กัน

สำหรับการสร้างรายชื่อนั้นมีให้ใส่รายละเอียดได้ครบเอา มากๆ ถ้าให้ผมบรรยายหมดคงไม่หวเอาแค่หลักๆ ก็จะเป็น E-mail , IM , ที่อยู่ , ชื่อเล่น , ที่ทำงาน , Website , วันเกิด เป็นต้น รวมไปถึงสามารถเลือกได้ว่าจะ Save ไว้ที่เครื่องหรือ ซิม
ความสามารถด้าน ข้อความและ E-mail

Samsung Wave สามารถใช้งานได้ทั้ง SMS/MMS และ E-mail อย่างครบครัน มาเจอะในเรื่องของข้อความ SMS/MMS กันก่อน ใน Samsung Wave นั้นมี Interface เมนูข้อความ 2 แบบคือ แบบ ข้อความสนทนา และ ข้อความแบบโฟลเดอร์ซึ่งทั้ง 2 ก็มีความแตกต่างกัน ส่วนของ ข้อความแบบสนทนาก็คือ ดูข้อความเรียงกันเป็นแถบเดียวเพื่อให้อ่านง่าย และดูเข้าใจง่ายเพราะแสดงเป็นเหมือนการสนทนากันผ่านทางข้อความ ส่วนของการดูเป็น Folder ก็จะแบ่งเป็น Inbox , Outbook , Sentbok ,Draft เป็นต้นและแบ่งข้อความเป็นหมวดหมู่ได้อย่างดี สามารถส่ง Broadcast Message ได้อีกด้วยซึ่งเป็นการส่งข้อความทีเดียวหลายๆคน ทำให้สะดวกดีเวลาเราจะประกาศอะไรให้เพื่อนๆ รวมๆแล้วดูเหมือน E-mail มาบวกกะ Chat กรายๆนั่นเอง นอกจากนี้ในหมวดของ การดูเป็นโฟลเดอร์ ยังสามารถสไลด์ข้อความนั้นๆเพื่อโทรออกไปยังรายชื่อที่ส่งมารวมถึงส่ง SMS กลับไปได้ด้วย เหมือนกับที่ทำได้กับ Contact

มาถึงส่วนของ E-mail กันมั่ง ใน Samsung Wave นั้น E-mail ไม่ได้ถูกจำกัดอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นเมลล์ของ Hotmail , Gmail , Yahoo ก็ไม่มีปัญหาในการใช้งานแม้แต่น้อย และการตั้งค่าก็ง่ายนิดเดียวเพราะมันฉลาดมากเพียงแค่ใส่ Username , Password มันก็สามารถตั้งค่าให้อัตโนมัติและใช้งานได้ทันที ในกรณีถ้าหากต้องการปรับตั้งค่าแบบ manual ก็สามารถทำได้เช่นกัน ทั้ง POP3 และ IMAP4 สามารถตั้งค่า host และ protocol เองได้อย่างไม่มีปัญหา นอกจากนี้ยังรองรับการเข้ารหัสแบบ SSL อีกด้วย

การดู E-mail ดูเป็นแบบ Folder ซึ่งสามารถใช้งานได้สะดวกและดูง่ายดี แบ่งเป็น Inbox , Sentbox , Outbox เป็นต้น การอ่าน E-mail แสดงผลภาษาไทยได้ไม่ผิดเพี้ยน และสามารถใช้ได้หลาย Account แต่ยังไม่สามารถดู Inbox ร่วมกันได้ รวมถึงสามารถส่ง E-mail ได้อย่างง่าย และสามารถแนบไฟล์ได้ไม่เกิน 5MB
ความสามารถของ Keyboard ใน Wave นั้นไม่ธรรมดาเพราะรองรับการพิมพ์แบบ HandWriter อีกด้วย ด้วยหน้าจอ Capacitive อย่าง Wave แล้วก็ทำได้ OK เวลาลากเส้นแล้วไม่มีขาด แสดงว่าหน้าจอแม่นยำดีมาก
ความสามารถด้านความบันเทิง

Gallery หรือที่เรียกว่า Media Browser ที่แสดงภาพเป็นแบบ thumbnail เล็กๆ แสดงทั้งรูปภาพและ วีดีโอรวมกัน แบ่งเป็นวันที่ถ่ายภาพ และสามารถดูได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน

การเปิดดูภาพทำได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน สามารถใช้งาน Pinch zoom ได้ รวมถึงใช้นิ้วปัดซ้ายขวาเพื่อเปลี่ยนรูปได้ สามารถใช้งาน SlideShow และมีฟังก์ชันจับหาใบหน้าคนได้ ฟังก์ชันย่อยๆยังมีอีกมากมายเช่น แชร์รูปได้ทันที โดยใช้ Bluetooth , E-mail เป็นต้น , อัพโหลดรูปภาพไปยัง Facebook , Flickr , Myspace ได้ทันที , สามารถแก้ไขภาพได้ทันที และสามารถสร้างภาพยนตร์ย่อยๆได้ทันที

การเล่นไฟล์วีดีโอทำได้คมชัดเอามากกก มากถึงมากที่สุด ผมรับรองเลยว่า เมื่อได้ชมแล้วจะทึ่งมากๆ ซึ่งสามารถเล่นไฟล์วีดีโอได้ค่อนข้างครบ รวมถึงไฟล์ DivX / XviD เรื่องการควบคุมไม่ต้องกลัวว่าจะบังการเล่นวีดีโอ เพราะหน้าจอเล็ก เพราะมันจะหายไปเองแต่เมื่อแตะหน้าจอมันก็จะกลับมาอีกครั้ง รวมถึงมีฟังก์ชัน ปรับแสง , ปรับสี , ส่งไฟล์ รวมถึง Upload Video ได้ทันที ฟังก์ชันที่น่าสนใจที่สุดผมเห็นจะเป็น Mosaic search ครับ เพราะมันสามารถแสดงวีดีโอเป็นฉากๆได้และเลือกได้ทันทีว่าเราต้องการดูนาที ไหนวินาทีไหนได้ทันที เนื่องด้วยประสิทธิภาพการเล่นไฟล์วีดีโอได้สูง จึงเล่นไฟล์วีดีโอ HD 720p ได้ ซึ่งมันก็ไม่แปลกอะไรที่ตัวมันเองก็สามารถ่ายวีดีโอในระดับ HD 720p ได้เหมือนกัน แต่ประสิทธิภาพก็ยังคงเป็นโทรศัพท์มือถือวันยันค่ำ แต่การเล่นไฟล์ได้อย่างครบครัน DivX, XviD, MP4 และแม้ MKV files ก็เล่นได้ จึงทำให้มันยอดเยี่ยมสุดๆ

เครื่องเล่นเพลง แบ่งเป็นหมวดหมูชัดเจน เพลง , อัลบั้ม, ศิลปิน, ประเภท, แต่งเพลง เป็นต้น สามารถแสดงผลแนวนอนเป็นแบบ Coverflow ซึ่งแสดงเป็นรูปหน้าปกในกรอบของซีดี สามารถเลื่อนซ้ายขวาไปมาได้อย่างไม่มีกระตุก และติดนิ้วดีมากๆ ซึ่งถ้าเลือกที่รูปซีดีนั้นจะเป็นการแสดงเพลงทั้งอัลบั้ม

ลูกเล่นของ Samsung ไม่ใช่น้อยๆ ฟังก์ชันต่างๆมีมาครบแถมมีมากกว่าเจ้าอื่นๆด้วยเช่น ปรับ Equalizer , ใส่ Effect แถม Samsung ยังได้ใส่เทคโนโลยี DNSe มาอีกด้วย ทำให้เลือกใช้งานแบบ Wide, Concert Hall. Music clarity, Bass enhancement และ Externalisation ได้ แถมยังสามารถอัดบางส่วนของเพลงเพื่อส่งขึ้นไปยัง Server เพื่อบอกข้อมูลทั้งหมดของเพลงได้อีกด้วย นอกจากนี้การเล่นเพลงบน Background ก็สามารถทำได้และมี ส่วนของแผ่นซีดี และมีแผงควบคุมโผล่ที่ด้านบนอีกด้วย ตรงส่วนของ Notification
วิทยุ

Samsung Wave มี วิทยุ FM มาด้วยในตัวแต่เวลาใช้งานยังจำเป็นต้องใช้หูฟังเป็นเสาอากาศ รองรับระบบ RDS ด้วย สามารถบันทึกสถานีได้ถึง 6 สถานี นอกจากนี้ยังฟังผ่านระบบ Speaker ได้ด้วย และยังสามารถอัดเสียงวิทยุไว้ได้ด้วยโดยจะบันทึกไว้เป็นไฟล์ mp3 ซึ่งสุดยอดมาก
ความสามารถด้านกล้องถ่ายรูป

Samsung wave มาพร้อมกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และถ่ายวีดีโดได้ในระดับ HD 720p สามารถแตะเพื่อเลือกจุด Focus ได้ ฟังก์ชันครอบคลุมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ISO ที่ปรับได้ถึง 800 , white balance, default storage, stabilizer, face และ blink detection, geo-tagging สามารถจัดเก็บภาพไว้ใร microSD card หรือในตัวเครื่องก็ได้
คุณภาพ ของภาพถือว่าทำออกมาได้ดี และมีดีกรีเรื่องจอที่ชัดอยู่แล้วด้วยทำให้มันสวยงามมากๆ

กล้องวีดีโอ อย่างที่บอกไปคือ ถ่ายวีดีโอได้ในระดับ 720p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที แต่จะไม่สามารถจับ focus ได้ต่อเนื่องระหว่างถ่าย คุณภาพของภาพอยู่ในขั้นดีมาก
ความสามารถด้านการเชื่อมต่อและอินเตอร์เน็ต

ด้าน การเชื่อมต่อของ Samsung Wave ค่อนข้างครบเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อต่อ GPRS/EDGE และ 3G (900/2100) HSDPA 7.2 Mbps และ HSUPA 2 Mbps นอกจากนี้ Wave ยังเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่ใช้ Bluetooth 3.0 รองรับ A2DP อีกด้วย รวมถึงสามารถเปิดปิด Bluetooth , Wi-Fi ได้ง่ายๆผ่าน Notification ทันที Wi-Fi มีระบบ WPS ที่ย่อมาจาก Wi – Fi Protected Setup มี Mobile AP ที่สามารถทำให้ Wave ของเราเป็น Router Wi-Fi ได้ทันที
Wave ใช้ MicroUSB ถือเป็นมาตรฐานมากๆในตอนนี้ นอกจากนี้ยังเลือกโหมดในการเชื่อม่ต่อกับคอมได้ด้วย เช่น เล่น Media, Modem, Mass Storage และ Samsung Kies โดยที่ Samsung Kies เป็น SW ใหม่ของ Samsung ที่ใช้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือของ Samsung ทั้งหมด ทำให้ใช้งานการลงเพลงหรือไฟล์มัลติมีเดียต่างๆและจัดการไฟล์ได้ง่ายขึ้น แต่ที่แปลกเพราะการใช้งาน Samsung Apps , Facebook , Twitter ยังจำเป็นต้องใส่ซิมการ์ดเพื่อเลือก Packet data ก่อน แทนที่จะใช้ Wi-Fi ได้ไปก่อนซึ่งก็แปลกดี
Browser ประจำเครื่องเป็น Dolphin Browser 2.0 รองรับ Flash และเปิดได้หลายหน้าในเวลาเดียวกัน สามารถใช้งาน Pinch Zoom ได้ หรือซูมแบบ Double tap ก็ได้ แสดงผลเต็มจอ นอกจากนี้ยังมีความสามารถแปลภาษาได้รวดเร็วเพียงแค่กดค้างคำที่ต้องการให้ แปล มันก็จะแปลทันทีผ่าน google Translate หรือจะ Copy ก็ได้
Social hub เป็นโปรแกรมรวม Account Message , E-mail , Facebook ,Twitter ทำให้สามารถเข้าถึง Social network หรือ E-mail ได้อย่างง่าย นอกจากนี้ยังมี My account ที่เอาไว้ควบคุมการ push ของ Account ได้ตามใจชอบ
นอกจากนี้ตัว Samsung Wave ก็มีโปรแกรม Facebook และ Twitter มาให้ในตัวอยู่แล้ว แต่ก็ยังใช้งานได้แบบธรรมดายังไม่มีฟังก์ชันเสริมอะไรมากนัก
Palringo IM โปรแกรมแชทที่สามารถ แชทได้ข้าม Platform อย่างง่ายๆและสามารถแชทผ่านเสียงได้ด้วย
ความสามารถ ด้าน Organizer
Samsung Wave มาพร้อมโปรแกรม Picsel Viewer ในตัว สามารถใช้งาน Pinch Zoom ได้ การอ่านไฟล์ Office โดยรวมทำได้ดี
ปฏิทิน สามารถ ใช้งานได้ครบ ทั้งตั้ง Agenda รายวัน สัปดาห์ เดือน สามารถตั้งเตือนได้
เครื่องคิดเลข แนวเดียวกะ iPhone เอียงเครื่องแล้วมีฟังก์ชันเพิ่มเติม ปุ่มใหญ่พิมพ์ง่ายดี
นาฬิกา มีฟังก์ชันครบ ทั้งนาฬิกาปลุก , World Clock , นาฬิกาจับเวลา , นาฬิกานับถอยหลัง อินเตอร์เฟสการใช้งานสวยงามดี
การจัดการไฟล์ Samsung Wave มี My File มาให้ สามารถย้ายไฟล์คัดลอกไฟล์ได้หมด ทั้งไฟล์ในเครื่องและใน Card รวมถึงสามารถส่งไฟล์ผ่าน Bluetooth ได้ด้วย ทำให้สะดวกดี
Daily Briefing โปรแกรมเหมาะสำหรับตอนเช้าอย่างยิ่ง เพราะในโปรแกรมมีข่าวจาก APnews feed มาให้ตลอด รวมถึงมี หุ้น และอุณหภูมิจาก Accuweather บอกอีกด้วย
Memo ก็คือ Note แหละครับ รูปแบบ Interface สวยดี ตัวอักษรมีหลายสีให้เลือก


Mini Diary บ่งบอกถึงความเป็นตัวเองด้วยการเขียน Diary ไว้ในเครื่องรวมถึงใส่ภาพความประทับใจลงไปได้ด้วย
Task สามารถใส่ภารกิจประจำวันลงไปได้ เพื่อตั้งเตือน แถมตั้งล่วงหน้าได้อีกด้วย
Smart Search เป็นโปรแกรมค้นหา ทั้งค้นหาในตัวเครื่องและค้นหาผ่าน Internet ได้ทันที
Voice Recorder สามารถอัดเสียงและเล่นไฟล์ได้ทันที
ความสามารถด้าน อื่นๆ

โปรแกรม GPS (LBS) ที่ใช้แผนที่จาก Route66 สามารถนำทางด้วยระบบ SatNav สามารถดาวน์โหลด Content เพิ่มเติมได้เรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นแผนที่ 3D หรือจะเป็นพวกร้านอาหาร เป็นต้น แต่แผนที่ยังไม่ละเอียดมากนัก นอกจากนี้ก็ยังใช้งาน Google maps ผ่าน Browser ได้
เกมที่มีมาให้ในเครื่องก็มีเกมใหญ่อย่าง Aphalt 5 เป็นเกมแข่งรถยอดนิยมจากค่าย Gameloft และมีเกมอื่นๆเช่นเกม EDGE , Parachute Panic
“Samsung Apps” App Store ของ Wave เป็นแหล่งรวม Application ของ Samsung ไม่ใช่แค่ Platform Bada เท่านั้นยังมีของ Symbian และ Windows Mobile ที่ Samsung ขายอยู่ด้วย ซึ่งตอนนี้มีอยู่ประมาณ 60 Apps แต่ในไทยยังลงได้แต่โปรแกรมที่ซื้อขายไม่ได้ และตัวเครื่อง Samsung Wave สามารถลงโปรแกรมผ่าน Samsung Apps และผ่าน Samsung Apps บนคอมพิวเตอร์เท่านั้น โดยสิ้นปีนี้ Samsung สัญญาว่าจะมีโปรแกรมมากกว่า 100 โปรแกรมขึ้นไปใน Samsung Apps
Youtube มี icon มาให้ในเครื่องแต่ว่าเปิดเข้าไปจะรันผ่าน Browser ธรรมดาแต่ก็เล่นได้อย่างดีเหมือนมีโปรแกรม
สรุป Samsung Wave
Samsung Wave ถือว่าค่อนข้างครบเอามากๆ OS Bada ถึงจะใหม่แต่ก็น่าประทับใจมากเพราะความไว + ฟังก์ชันที่เรียกได้ว่าครบสุดๆ ด้วยพวกนวัตกรรมใหม่ๆอย่าง Bluetooth 3.0 , DNSe , ถ่ายวีดีโอในระดับ 720p ทำให้หลายๆคนหลงใหลมันได้ทันที นี่ยังไม่รวมหน้าจอที่เป็น Super AMOLED ทำให้คมชัดสุดๆ โดยรวมแล้วผมคิดว่ามันดีมากๆๆๆๆ ถ้าหากราคาไม่แพงมาก ไม่เกิน 15000 ผมว่า น่าสอยสุดๆ และน่าจะเป็นตัวเลือกแรกของใครหลายๆคนได้อย่างแน่นอน

ตบท้ายด้วยวีดีโอรีวิวนะครับ หลอกให้อ่านตั้งนาน ฮ่าๆๆ



