Skip to content

สรุปงาน WWDC ’09 (1,2,3)

09/06/2009
สรุปงาน WWDC ’09 (1) – iPhone 3G S มาตามข่าวเรียบร้อย
Image

ก่อน อื่นต้องบอกเลยว่าข่าวที่อ่าน ๆ กันมาเกี่ยวกับคำร่ำลือของ iPhone รุ่นใหม่ถูกต้องแค่ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จะเรียกว่าโดนตุ๋นจนเปื่อยเลยก็ว่าได้ ย่ิงเห็นช้ินส่วนต่าง ๆ ออกมาใครบ้างจะไม่คิดว่าฝาหลังจะเปลี่ยนเป็นแบบด้าน แต่เอาเข้าจริงกลายเป็นว่าปลอมซะอย่างนั้น ส่วนกล้องด้านหน้าก็นะ ทำกันมาแต่ละรูปเนียน ๆ กันทั้งนั้น สุดท้ายมีที่ไหนกันเล่า

ข้าง บนก็บ่นกันแล้วถึงตอนนี้ของเร่ิมกันที่พระเอกของงานก็เลยดีกว่าเพื่อเป็นการ ไม่ให้ลากเมาส์ลงไปยาวจนสุดหน้า ซึ่งก็คือ iPhone รุ่นใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า iPhone 3G S ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์เด่น ๆ อย่างเช่นความเร็วโดยรวมเพิ่มจากรุ่นเดิม 2 เท่า, กล้องเพิ่มความละเอียดเป็น 3 ล้านพิกเซล, บันทึกวิดีโอได้, มีออโต้โฟกัส, มีเข็มทิศ, มี Voice Command เรียกว่าพอจะแตกต่างกับ iPhone 3G อยู่พอสมควร ส่วนความจุก็เป็นไปตามคาดคือมีรุ่น 16 และ 32GB สำหรับรูปร่างหน้าตาของ iPhone 3G S ก็เรียกว่าพิมพ์เดียวกับ iPhone 3G นั้นเอง มิติสัดส่วนเท่ากันเป๊ะ แต่แบกน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาจากเดิมอีก 2 กรัม ส่วนที่ปรับปรุงขึ้นมาใหม่อย่างแบตเตอรี่ที่อึดขึ้นกว่าเดิมอีกประมาณนึง ส่วนฟีเจอร์เด่น ๆ ที่ขอนำมาขยายความกันสักหน่อยก็คือ

Image

[urlชhttp://www.apple.com /iphone/iphone-3g-s/photos.html]ถ่ายรูปนิ่ง[/url] – สำหรับกล้องถ่ายรูปใน iPhone 3G S ได้เพิ่มระบบออโต้โฟกัสเข้ามา โดยในเบื้องต้นจะจับโฟกัสที่กลางภาพ ซึ่งเราสามารถเอาน้ิวลากจุดโฟกัสไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้ เท่าที่ดูจากวิดีโอสาธิตน่าจะพอทำชัดลึก-ชัดตื้นได้แบบล้ำกว่าโทรศัพท์ ยี่ห้ออื่น ๆ กันเลยทีเดียว

Image

ถ่ายวิดีโอ – จากข้อมูลที่แอปเปิ้ลให้ไว้สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 640×480 พิกเซลที่ 30 fps ถือว่าไม่ธรรมดาสำหรับการถ่ายวิดีโอจากล้องโทรศัพท์มือถือ ส่วนเสียงของวิดีโอถ้าดูจากสเป็คของตัวเครื่องแล้วน่าจะได้เสียงแบบโมโน เพราะ iPhone 3G S มีไมโครโฟนอยู่ด้านเดียว ทีเด็ดอีกอย่างก็คือสามารถตัดต่อวิดีโอที่ถ่ายได้ทันทีแบบคร่าว ๆ ประมาณว่าตัดหัวตัดท้ายเหลือเฉพาะส่วนที่ต้องการได้เลย แต่สำหรับไฟล์วิดีโอในเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าได้เป็นไฟล์อะไร

สำหรับ การถ่ายวิดีโอตอนนี้มีเว็บ engadget ได้เครื่องมาทดลองใช้งานแล้ว ซึ่งเท่าที่ดูก็สามารถจับเสียงในขณะที่ถ่ายวิดีโอได้ดีทีเดียว ส่วนภาพที่ได้ก็เคลื่อนไหวได้ดีไม่มีกระตุกให้เห็น สำหรับข้อที่น่าเป็นห่วงเล็กน้อยก็คือถ้าถ่ายวิดีโอยาว ๆ แล้วต้องมาตัดวิดีโอเครื่องจะค้าง ๆ แฮงค์ ๆ รึเปล่า เพราะถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันประมาณว่าตัดวิดีโออยู่แล้วเด้งกับมาหน้าเมนูดี ไม่ดีวิดีโอที่ว่าอาจจะหายไปด้วยเลยก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็คงต้องรอให้ได้ลองของจริงกันก่อนว่าที่กลัว ๆ อยู่เนี่ยจะเป็นจริงหรือไม่

Image

Voice Control– สำหรับการสั่งงานด้วยเสียงเท่าที่ดูและอ่านรวม ๆ แล้วสั่งได้เกือบทั้งหมดที่สำคัญคือรองรับการสั่งงานด้วย ‘ภาษาไทย’ (ตามข้อมูลหน้าเว็บ) ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครทราบว่า iPhone 3G S จะฟังภาษาไทยรู้เรื่องมากน้อยแค่ไหนและถ้าเกิดมีเสียงตอบโต้ ก็ย่ิงทำให้อยากรู้ว่าเสียงตอบโต้ภาษาไทยจะเป็นเสียงผู้หญิงหรือผู้ชาย (ถ้าเสียงผู้ชายเป็นเสียงลีโอ พุฒก็โอเคอยู่นะ) แต่เท่าที่ดูจากวิดีโอสาธิตการใช้งาน Voice Control สามารถสั่งให้โทรศัพท์ตามชื่อในสมุดโทรศัพท์, สั่งให้กดเบอร์โทรศัพท์ตามตัวเลขที่พูด, พูดชื่อเพลงที่ต้องการฟัง, พูดชื่อศิลปินที่ต้องการฟัง, พูดชื่อ Playlist ที่ต้องการ และที่ทำให้ต้องแอบอมย้ิมก็คือสามารถถามได้ด้วยว่าตอนนี้เล่นอะไรอยู่ ‘What song is this?’ – Now playing (ชื่อเพลง) และตามด้วย (ชื่อศิลปิน) เรียกว่าทำออกมาได้ครอบคลุมประมาณหนึ่ง (ว่าแต่ไม่ทำให้ถ่ายรูปด้วยเสียงได้ไปเลยล่ะ)

Image

Internet Tethering เบื้องต้นมีค่ายมือถือที่จะเปิดให้บริการ 22 ผู้ให้บริการ โดยมีชื่อของ TrueMove เข้าร่วม ^_^ ส่วนผู้ให้บริการในอเมริกาอย่าง AT&T กลับไม่มีชื่ออยู่กลุ่มผู้เปิดให้บริการ

Image

Find Your iPhone – เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย อย่างน้อย ๆ ก็เวลาเครื่องถูกขโมย ซึ่งเราสามารถที่จะตามได้ว่าเครื่องที่ถูกขโมยไปอยู่ที่แห่งหนตำบลใดแล้ว และขั้นกว่าของความปลอดภัยคือเราสามารถสั่งลบข้อมูลทั้งหมดของเราผ่านทาง หน้าเว็บได้ทันทีอีกด้วย โดยทั้งหมดของฟีเจอร์นี้ต้องใช้งานร่วมกับระบบ Mobile Me ของแอปเปิ้ลเท่านั้น สำหรับฟีเจอร์นี้เป็นของใหม่ที่เพิ่งมีในโทรศัพท์ประเภทนี้ ซึ่งเท่าที่นึกออกอีกหนึ่งยี่ห้อที่มีฟีเจอร์สั่งลบข้อมูลในเครื่องก็คือ BlackBerry อีกหนึ่งยี่ห้อ (ใครทราบข้อมูลยี่ห้ออื่นบอกด้วยนะครับ)

Image

iDisk – ฟีเจอร์นี้ชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นสำหรับทั่วไปทั่วเท่าไหร่ เพราะเป็นฟีเจอร์ที่อยู่ในบริการ Mobile Me ของแอปเปิ้ล โดยแอปเปิ้ลเตรียมให้ดาวน์โหลด iDisk app มาเพื่อทำการเชื่อมต่อเข้าไปยังคลังเก็บของใน Mobile Me ของเราได้สะดวกมากย่ิงขึ้น และสามารถอ่านไฟล์ต่าง ๆ ประเภท iWork และ MS Office รวมถึง PDF ได้ทันที และสามารถแชร์ไฟล์ใน iDisk ของเราให้คนอื่นได้ทันทีผ่านทางอีเมล

Image

Accessibility หรือจะแปลเป็นไทยก็คือฟังชั่นช่วยเหลือสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับร่างกาย เช่นตาบอดสี, การมองเห็นไม่ชัด, การได้ยินไม่ชัด เป็นต้น โดยฟีเจอร์นี้ส่วนตัวขอให้ 5 ดาวเต็มเลย เพราะโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่ในตลาดยังไม่มียี่ห้อในใส่ใจในเรื่องนี้ ส่วนหนึ่งแน่นอนว่าได้อานิสงค์มาจาก Mac OS X ในเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอชที่มีฟีเจอร์นี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้การ เพิ่มฟีเจอร์นี้เข้ามาใน iPhone 3G S คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกและยังไม่มีใครทำมาก่อน

Map+Compass อีกหนึ่งฟีเจอร์สำหรับ iPhone 3G S เท่านั้น โดยเข็มทิศก็เข้ามาช่วยบอกทิศทางให้แม่นยำมากขึ้นว่าเราหันหน้าไปทางทิศไหน โดยในส่วนของเข็มทิศเองก็มีการระบุพิกัดไว้ให้ด้วย รับรองได้ว่าถ้านำ iPhone 3G S ไปว่ิงที่ไหนก็ไม่ ‘หลงป่า’ แน่นอน

Nike+iPod พูดถึงเรื่องเข็มทิศก็ขอมาต่ออีกหนึ่งฟีเจอร์สำหรับคนรักการว่ิงออกกำลังกาย โดยมาคราวนี้แอปเปิ้ลจับยัดฟีเจอร์นี้มาให้ด้วย รับรองว่าใช้ Nike+iPod พร้อมกับเข็มทิศไม่สับสนในการว่ิงแน่นอน

Home Screen เพิ่มเป็น 11 หน้า (159 Apps) หลังจากที่อั้นอยู่ที่ 9 หน้ามานานมาก ๆ สำหรับฟีเจอร์อื่น ๆ ไม่ขอเอ่ยถึงแล้วกัน เพราะได้เคยเขียนไปบ้างแล้วในการพรีวิวเฟิร์มแวร์ 3.0

Image

สำหรับ กำหนดการจำหน่ายของ iPhone 3G S จะเปิดจำหน่ายในอเมริกาก่อนในวันที่ 19 มิถุนายน โดยรุ่น 16GB ราคา $199 และรุ่น 32GB ราคา $299 (ติดสัญญา)สำหรับประเทศไทยตามตารางมีกำหนดการวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2009 สำหรับราคาในประเทศไทยคงต้องรอ TrueMove ประกาศเป็นทางการสำหรับ iPhone 3G ก็มีการประกาศลดราคาลงจากเดิม โดยตอนนี้เหลืออยู่รุ่นเดียวคือ 8GB ราคา $99 (ติดสัญญา) ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทาง TrueMove จะประกาศลดราคาลงเหลือเท่าไหร่สำหรับข้อแตกต่างของ iPhone 3G เมื่ออัพเดทไปใช้เฟิร์มแวร์ 3.0 ก็คือ

ไม่มีฟึเจอร์ถ่ายวิดีโอ
ไม่มีเข็มทิศ
ไม่มี Nike+iPod
ไม่มี Voice Command
นอก นั้นสำหรับ iPhone 3G S และ iPhone 3G ก็มีเหมือน ๆ กันทั้งหมด โดยเฟิร์มแวร์ 3.0 ทั้งของ iPhone และ iPod touch จะเปิดให้ดาวน์โหลดในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ (วันที่ 18 ตามเวลาในประเทศไทย)

ข้อมูลเพิ่มเติม : apple.com

Credit: siampod

สรุปงาน WWDC’09 (2) ตารางเปรียบเทียบ iPhone 3G และ iPhone 3G S

เผื่อ ไม่ให้เกิดความสับสนระหว่าง iPhone 3G S และ iPhone 3G ที่มีหน้าตาเหมือน ๆ กันอย่างกับคู่แฝด แต่ภายในมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร เราทำการตัดต่อตารางในเว็บแอปเปิ้ลมาเปรียบเทียบให้ดูเพื่อเป็นข้อมูลว่า ทั้ง 2 รุ่นแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

Image

Credit: siampod

สรุปงาน WWDC ’09 (3) – MacBook Pro 13” กับหมกเม็ดสเป็ครุ่น 15”

นอก จากจะมีการเปิดตัว iPhone 3G S ในงาน WWDC’09 ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่มองข้ามไปไม่ได้คือ MacBook 13” (Unibody) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น MacBook Pro 13” (Unibody) ซึ่งโดยรวมของสเป็คยังเหมือนเดิมมีการอัพเดทสปีดตามสมควรเล็กน้อย คีย์บอร์ดเป็นแบบเรืองแสงทั้ง 2 รุ่น และแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานขึ้นกว่ารุ่นเดิม แต่แบตเตอรี่เป็นแบบบิวด์อินแบบเดียวกับ MacBook Air ส่วนราคาของ MacBook Pro ทุกรุ่่นดูเหมือนจะถูกลงกว่าเดิมอีกเล็กน้อย แต่ถ้ามาไล่เรียงดูสเป็คกันดี ๆ จะเห็นได้ว่าแอปเปิ้ลแอบขยับราคารุ่น 15” ขึ้นเล็กน้อย

Image

เร่ิม กันที่ MacBook Pro 13” ที่เป็นการเพิ่มคำว่า Pro เข้ามาจากเดิม และที่น่ายินดีเป็นอย่างย่ิงสำหรับการใช้คำว่า Pro ก็คือแอปเปิ้ลใส่ช่อง Firewire 800 กลับมาให้ด้วย เรียกว่าหลายคนที่ฝันถึงก็ได้ฝันที่เป็นจริงกันแล้วสำหรับการกลับมาของ Firewire นอกจาก Firewire 800 แล้วยังมีการเพิ่มช่องเสียบ SD Card เข้ามาอีกหนึ่งช่อง และแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานมากขึ้นเป็น 7 ชั่วโมง สำหรับราคาในแต่ละรุ่นลดลงประมาณ 2,000 บาท

* MacBook Pro 13” 2.26GHz ราคา 46,900 บาท (รุ่นเดิม 2.0GHz ราคา 48,900 บาท)
* MacBook Pro 13” 2.53GHz ราคา 57,900 บาท (รุ่นเดิม 2.4GHz ราคา 59,900 บาท)

ส่วน ที่บอกว่ารุ่น 15” ขยับราคาขึ้น แต่ถ้ามองผ่าน ๆ จะเห็นว่า 15” รุ่นล่างสุดราคาถูกลงหลายพันบาท แต่สเป็คเครื่องรุ่นนี้วิดีโอการ์ดเป็นแค่รุ่น NVIDIA Geforce 9400M เพียงอย่างเดียว ไม่มี NVIDIA Geforce 9600M GT มาให้ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสเป็คก่อนหน้านี้เท่ากับว่า 15” รุ่นกลางคือรุ่นล่างของ ๆ เดิมที่มี Geforce 9600M GT มาให้ด้วย ซึ่งเมื่อเทียบราคาแล้วแพงขึ้นอีก 4,000 บาท ส่วน 15” รุ่นสูงสุดราคาก็ลดลงมาแรงเช่นกัน โดยปรับลดลงมาถึง 4,000 บาท

* MacBook Pro 15” 2.53GHz ราคา 64,900 บาท
* MacBook Pro 15” 2.66GHz ราคา 77,900 บาท (รุ่นเดิม 2.4GHz ราคา 73,900 บาท)
* MacBook Pro 15” 2.80GHz ราคา 87,900 บาท (รุ่นเดิม 2.66GHz ราคา 91,900 บาท)

สำหรับ MacBook Pro 17” เป็นรุ่นที่มีการปรับราคาลงมามากที่สุดในบรรดา Pro ทั้งหมด โดยลดราคาลงมาถึง 8,000 บาท

* MacBook Pro 17” 2.80GHz ราคา 94,900 บาท (รุ่นเดิม 2.66GHz ราคา 102,900 บาท)

Image

ส่วนชื่อ MacBook ในตอนนี้ก็เลยเหลืออยู่รุ่นเดียวคือ MacBook สีขาวตัวเครื่องเป็นพลาสติกที่ไม่ได้มีการปรับราคาแต่อย่างใด

* MacBook (White) 13” 2.13GHz ราคา 37,900 บาท (รุ่นเดิม 2.0GHz ราคา 37,900 บาท)

Image

อีก หนึ่งรุ่นที่มีการปรับราคาลดลงมามากไม่แพ้พี่ใหญ่คือ MacBook Air ที่มีการปรับสเป็คขึ้นเล็กน้อย-ข้ามตัวเลขความเร็ว 2.0 GHz กันเสียทีและลดราคาลงมาถึง 24,000 บาทในรุ่นสูงสุด

* MacBook Air 13” 1.86GHz ราคา 57,900 บาท (รุ่นเดิม 1.6GHz ราคา 66,900 บาท)
* MacBook Air 13” 2.13GHz ราคา 69,900 บาท (รุ่นเดิม 1.86GHz ราคา 93,900 บาท)

Image

นอก จากตัวเครื่องตระกูล MacBook Pro ที่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว อีกส่ิงหนึ่งที่ขาดเสียไม่ได้ก็คือ Mac OS X 10.6 (Snow Leopard) ที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการถึงกำหนดการวางจำหน่ายแล้ว ซึ่งแอปเปิ้ลกำหนดมาที่เดือนกันยายนที่จะถึงนี้ โดยมีราคา $129 สำหรับเครื่องเก่าที่ใช้ 10.5 อยู่สามารถซื้อ Mac OS X 10.6 (Snow Leopard) เวอร์ชั่นอัพเกรดได้ที่ราคา $29 ถือว่าเป็น OS ที่มีราคาไม่แพงมากนักและที่สำคัญคือมีเวอร์ชั่นเดียวครบถ้วนฟูลออฟชั่นไม่ ต้องปวดหัวเลือกให้ยุ่งวุ่นวาย

และถ้าใครซื้อเครื่อง Mac ในช่วงระหว่างวันที่ 8 มิ.ย. – 26 ธ.ค. 2009 ถ้าเครื่องที่ซื้อเป็น Mac OS 10.5 จะเสียเงินอัพเกรดเป็น Mac OS X 10.6 (Snow Leopard) ได้ในราคาเพียง $9.95 เท่านั้น

Credit: siampod


No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: